Flash Sale! to get a free eCookbook with our top 25 recipes.

ค่าปรับจราจรใหม่ ประกาศเริ่มใช้แล้วนะ ...

วิธีเช็คสิทธิ์ ประกันสังคม มาตรา 33 ได้รับ 15000 บาท หรือไม่? ผู้ประกันตนใน ระบบประกันสังคมสามารถตรวจสอบว่า ตนเองเข้าข่ายได้รับเงินชดเชยรายได้จำนวน 15,000 บาทดังกล่าวหรือไม่ ตามขั้นตอนดังนี้ 1.เข้าสู่เว็บไซต์ประกันสังคม >>>คลิ๊กที่นี่<<< จากนั้นคลิกปุ่ม “ตรวจสอบสิทธิ์มาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้าง มาตรา 33 ของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา” 2.กรอกเลขบัตประชาชน 13 หลัก และ กรอกรหัสตัวเลขให้ตรงกับรูปภาพ แล้วคลิกปุ่ม “ตรวจสอบสิทธิ์” 3.ระบบจะแสดงผลว่า ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ได้รับเงิน 15,000 บาท หรือไม่ สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติ รับเงินชดเชยรายได้ 15,000 บาท จะต้องมี 5 คุณสมบัติ ดังนี้ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบ ประกันสังคม โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็น “พนักงานเอกชน” มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์และอายุไม่เกิน 60 ...

สสส.ผนึกเครือข่ายเยาวชนต้านพนันจี้ตำรวจจัดการ 200เน็ตไอดอล ชักชวนเล่นพนัน ...

คนเดินทางแห่จ่ายภาษีที่ดินกันคึกคัก หลังใกล้หมดเขตการยื่นวันที่ 31 สิงหาคม นี้ ...

โซเชียลดัน #เพชรกรุณพล สนับสนุนผลงานยกเป็นดาราคุณภาพ เผยวีรกรรมโดนทัวร์ลงในอดีต ...

คนรักเสื้อบอลโต้ดุเดือด หลังสาวทวีต เสื้อบอล ไม่ใช่แฟชั่น"อย่าใส่ไปนอกบ้าน" ...

“มอเตอร์เวย์” บางปะอิน-โคราช สะดุด 10สัญญา ตัดผ่านป่าสงวน รื้อใหม่ ดันงบพุ่งกว่า 6 พันล้าน ส่อ ลากยาว เปิดให้บริการ ปี 66 ...

เศรษฐียุคใหม่ ใช้เงินซื้อพาสปอร์ต ย้ายประเทศ! หนีปัญหาโควิด-19! การซื้อพาสปอร์ตไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไร เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศมีโครงการมอบสัญชาติหรือวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศ โดยจุดประสงค์ของผู้ที่ลงทุนเพื่อรับสัญชาติใหม่ที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 2-50 ล้านดอลลาร์หรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อเสรีภาพในการย้ายถิ่นฐาน สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือการเข้าถึงการศึกษาที่ดี ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศได้ บรรดาครอบครัวเศรษฐีนั้นกลับมีการซื้อพาสปอร์ต หรือซื้อสัญชาติเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเหตุผลคือ การรับบริการด้านสุขภาพและการหาประเทศอื่นรองรับเผื่อเหตุการณ์ในอนาคต และเป็นสถานที่หลบภัยให้ครอบครัว หากเกิดโรคระบาดขึ้นอีกครั้ง นาย โดมินิค โวเล็ค หัวหน้าแผนกเอเชียของบริษัทให้คำปรึกษาด้านการถือสัญชาติและการหาที่พำนัก Henly & Partners กล่าวว่า บรรดาคนเศรษฐีมักไม่ค่อยวางแผนล่วงหน้า 5-10 ปี แต่วางแผนด้านการเงินและความเป็นอยู่ล่วงหน้านานถึงร้อยกว่าปี โดยเฉพาะช่วงการระบาดชองไวรัสโควิด-19 ที่อาจไม่ได้เป็นการระบาดครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในชีวิต ในช่วงแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีจำนวนลูกค้าที่เดินเรื่องลงทุนเพื่อขอสัญชาติและวีซ่าเพิ่มขึ้นถึงมากถึง 42% โดยมอนเตเนโกรคือประเทศที่มีผู้ลงทุนเพื่อถือสัญชาติมากที่สุด ตามด้วยไซปรัสและมอลตา เนื่องจากผู้ถือสัญชาตินี้จะได้เสรีภาพในการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอื่นในสหภาพยุโรปโดยอัตโนมัติ รวมถึงสามารถเข้าถึงการศึกษาและการบริการด้านสุขภาพที่ดีกว่าอีกด้วย มากกว่านั้น สัญชาติออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็เป็นอีกสองสัญชาติที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับภาวะวิกฤตโควิด-19 แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง โดยคนที่ต้องการถือสัญชาติออสเตรเลียจะต้องลงทุนด้วยเงินถึง 1-3.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนนิวซีแลนด์ราคาจะสูงขึ้นมาที่ 1.9-6.5 ล้านดอลลาร์ โดยเมื่อช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 มีชาวอเมริกันเดินเรื่องขอสัญชาติเพิ่มขึ้นถึง 700% รวมถึงเศรษฐีจีนและตะวันออกกลางก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ซื้อสัญชาติมากที่สุดด้วยเช่นกัน โดยการใช้เงินลงทุนแลกกับสัญชาติอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะเป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี ...

สธ.แถลงพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.รามาธิบดี โดยได้ไล่ไทม์ไลน์หญิงไทย 2 รายหลังถูกตรวจพบเชื้อ ...