Fila แบรนด์อิตาลี แต่เติบโตข้ามทวีปแดนโสมขาว เกาหลีใต้

Fila แบรนด์ยุโรปก่อตั้งที่ประเทศอิตาลี แต่สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นแบรนด์กีฬาชื่อดังได้ทั่วทวีปเอเชีย ประเทศเกาหลีใต้ เราคงรู้จักดีว่าเกาหลีเป็นประเทศที่พัฒนาเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด นับตั้งแต่ปี 1915 หลังสงครามแบ่งแยกเกาหลีสิ้นสุดลง แต่ใครจะไปรู้ว่า Sport Brand เป็นอีกหนีงแบรนด์ที่ชาวเกาหลีได้ประกาศฝีมือในการบริหารให้ทั่วโลกได้รู้จักอีกหนึ่งธุรกิจด้วยคนทีมีชือว่า ยูน กึน-ชาง

ความน่าสนใจของ Fila ยังอยู่ที่ประวัติความเป็นมายาวนานเหนือกว่าคู่แข่ง และการกลับมาได้รับนิยมในปัจจุบันจากกระแสแฟชั่นยุค 90 ซึ่งช่วยให้การรุกสู่วงการแฟชั่นเป็นไปอย่างถูกที่ถูกเวลา ทางยาวไกลของ Fila แบรนด์รุ่นใหญ่ที่กำลังเป็นขวัญใจรุ่นใหม่
Filaก่อตั้งเมื่อปี 1911 โดย Gianfranco Fila กับพี่น้องอีก 3 คน เริ่มจากการเป็นแบรนด์เสื้อถักคุณภาพดีในเมือง Biella ทางตอนเหนือของอิตาลีติดกับเทือกเขา Alps แล้วจึงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนปี 1942 เป็นแบรนด์ดังระดับประเทศและเปลี่ยนมาเป็นแบรนด์เครื่องกีฬาเต็มตัวในปีปลายยุค 60


ต่อมาในยุค 70 Filaเริ่มโด่งดังในระดับโลก ผ่าน Brand Endorser คนแรก อย่าง Bjorn Borg นักเทนนิสชาวสวีเดน มือวางอันดับต้นๆ ในขณะนั้น และนักปืนเขาชาวอิตาลีที่สวมรองเท้าของ Filaพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ จากนั้น Filaก็รุกสู่กีฬาประเภทอื่นๆ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การได้นักบาสเกตบอลชาวอเมริกันเป็น Brand Endorser ซึ่งไปเตะตานักร้องเพลง Rap และ Hip-Hop จนเปิดทางแบรนด์สู่วงการแฟชั่นและวงการเพลง

ในปี 1997 ขึ้นสู่จุดสูงสุด ด้วยเสื้อผ้าแนว Streetwear และรองเท้าส้นตึกที่กลุ่มศิลปิน Hip-Hop และ Spice Girl วงหญิงล้วนดังสุดช่วงนั้นใส่กัน จนแฟนเพลงทั่วโลกพากันใส่ตาม ดันยอดขายทั่วโลกทะยานสู่หลักหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่สุดอย่างไรก็ตาม ปี 2007 Filaกลับตกต่ำถึงขีดสุด ทำยอดขายทั่วโลกได้ต่ำกว่าร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไม่สามารถผลักดันสินค้าสู่วงการแฟชั่นหรูได้ และยังเลือกเปิดร้านสาขาแบบ Stand Alone แทนการอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ

ทว่าวิกฤตดังกล่าวก็เปิดทางให้ ยูน กึน-ชาง ผู้บริหารระดับสูงของ Filaในเกาหลีใต้สามารถระดมทุนและซื้อหุ้นของบริษัทแม่ พร้อมสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าในปีเดียวกัน ผ่านข้อตกลงมูลค่า 450 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 13,900 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) จาก Sport Brand International กลุ่มทุนด้านผลิตภัณฑ์ในวงการกีฬาได้สำเร็จ

ยูน กึน-ชาง พา Filaฝ่ามรสุม ด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ปลดคนงานและปิดร้านสาขาที่ไม่กำไร แล้วหันมาจำหน่ายสินค้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ และแบรนด์ค้าปลีกที่มีรองเท้าเป็นสินค้าหลักขณะเดียวกันก็ขยายเวลาในสัญญาต่างๆ กับคู่ค้าทั่วโลกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ และปรับภาพลักษณ์กับสินค้าเพื่อรุกสู่วงการแฟชั่น จนสถานการณ์ของ Filaดีขึ้นตามลำดับ

ปัจจุบัน Fila ภายใต้การบริหารของ ยูน กึน-ชาง คือ Sport Brand รุ่นใหญ่อายุ 108 ปี ขวัญใจวัยรุ่น ที่ขยับขยายสู่แวดวงแฟชั่นมากขึ้น โดดเด่นด้วยรองเท้าคู่ใหญ่ และสีสันสะดุดตา รับกระแสแฟชั่นยุค 90 ที่กลับมาฮิตได้อย่างพอดิบพอดี จนส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นไม่หยุดตลอด 3 ปีที่ผ่านมาและเพิ่งเรียกเสียงฮือฮาด้วยการเปิดตัว Collection ใหม่ในงาน Milan Fashion Week ครั้งล่าสุด ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นอิตาลีอย่าง Fendi Versace และ Prada

ทำความรู้จัก CEO ผู้สร้าง Deal “กุ้งกลืนวาฬ”แม้ด้วยจุดเริ่มต้นและชื่อ Filaยังเป็นแบรนด์สัญชาติอิตาลี แต่ก็กล่าวได้ปัจจุบันเกาหลีใต้คือหัวใจสำคัญและบ้านหลังใหม่ เพราะหากไม่ได้ ยูน กึน-ชาง ขึ้นมาเป็น CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่เมื่อเมื่อ 16 ปีก่อน Filaอาจต้องปิดตัวหรือตกเป็นแบรนด์ลูกของ Sport Brand ที่ใหญ่กว่าแต่มาทีหลังอย่าง Adidas หรือ Nike ไปแล้ว

ยูน กึน-ชาง ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Gene Yoon เกิดในครอบครัวฐานะยากจน ซึ่งทั้งพ่อและแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก แม้เข้าเรียนช้าแต่ก็ฉลาดและมีความมุมานะ จนสามารถสอบชิงทุนและจบการศึกษาระดับสูงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้ โดยต้นยุค 80 เคยถูกไล่ออกจากงานเพราะคดีความเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กับทางการสหรัฐฯ

ยุค 90 ยูน กึน-ชาง เข้ามาทำงานกับFila โดยหลังไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารก็โน้มน้าวให้Fila ย้ายฐานการผลิตส่วนใหญ่มายังเกาหลีใต้ ซึ่งส่งผลให้ Filaได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลีใต้และพัฒนาสู่การซื้อกิจการของบริษัทแม่ที่แม้ใหญ่กว่าแต่กำลังวิกฤต โดยสื่อเกาหลีใต้เปรียบว่าไม่ต่างจากกุ้งกลืนวาฬ

มหาเศรษฐีชาวเกาหลีใต้ วัย 73 ปี เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะบริหาร Filaต่อไปให้ดีที่สุด โดยจะปรับMillennial กลุ่มลูกค้าหลักในปัจจุบันมากขึ้น เพราะผูกพันกับแบรนด์ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งมามีลูกเมื่ออายุมากแล้ว และหากตายไปก็อยากได้รับจดจำถึงวิธีการสร้างตัวและทำธุรกิจมากกว่าความร่ำรวย/fortune, qz, bloomberg, fila, wikipedia

การทำธุรกิจไม่มีพรหมแดนแบ่งเขตทวีปหรือเชื้อชาติ ธุรกิจสามารถเติบโตได้ด้วยวิธีคิดและวิธีการที่พลิกหรือมองภาพออกจากการลงมือทำและปรับให้เข้ารูปแบบตามยุคสมัย การเลือกที่จะมีผลิตสิ้นค้าที่มีสไตล์ย้อนยุคแต่ผลประกอบการไม่ย้อนยุค กับก้าวหน้าในวงการธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทุกวิกฤติย่อมก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้จริงๆครับ