Addidas แบรนด์กีฬาสุดแข็งแกร่ง ผ่านสงคราม ความขัดแย้ง กีฬาโอลิมปิค

Addidas แบรนด์กีฬาที่สร้างมูลค่ามหาศาล เป็นที่รู้จักของผู้คนไปทั่วโลก ด้วยจุดเด่นที่เป็นผู้นำผลิตสินค้าอุปกรณ์กีฬาที่มีชื่อเสียงจาก รองเท้ากีฬา เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ความสำเร็จนั้นจะมีจุดเริ่มต้นเรื่องราวที่น่าสนใจ ผ่านความขัดแย้ง สงครามความสำเร็จจึงเริ่มขึ้น ผ่านเรื่องราวของสองพี่น้องที่มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน แต่มีเหตุที่ต้องแยกทางกันทำธุรกิจ

ประวัติความเป็นมา เริ่มต้นจากประเทศเยอรมันดินแดนที่มีความสวยงามทางด้านประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน มีนักเตะที่มีชื่อเสียงมากมายอาทิเช่น เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ดีทมาร์ ฮามันน์ และ  มิชาเอล บัลลัค จุดเริ่มต้นมาจากสองพี่น้อง อดอล์ฟ หรือ แอดดิ ดาสเลอร์ (Adolf, Adi Dassler) ทุกคนเคยแปลกใจไม่ว่าทำไมประวัติศาสตร์การก่อสร้างหรือก่อตั้งแบรนด์ดังๆ มักจะเริ่มต้นด้วยสองพี่น้องหรือผู้คิดค้นสองคนบ่อยครั้ง สำหรับ Addidas ก็เช่นกัน

โดยสินค้าที่เริ่มผลิตนั้นก็คือ รองเท้ากีฬา โดยใช้ห้องซักผ้าเป็นแหล่งผลิตที่บ้าน ในปี ค.ศ.1920 หลังจากพี่ชาย รูดิ หรือ รูดอล์ฟ ดาสเลอร์ (Adolf, Adi Dassler) กลับมาจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สองพี่น้องก็ช่วยกันผลิตรองเท้ากีฬาที่มีชื่อแบรนด์ว่า “Dassler” ซึ่งก็มาจากนามสกุลของสองพี่น้องนั่นเอง และได้เปิดกิจการอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1924 โดยชื่อที่ก่อตั้งนั้นเป็นชื่อ Gebrüder Dassler Schuhfabrik (Dassler Brothers Shoe Factory)

แต่จุดเริ่มต้นมักมีเรื่องที่ทำให้ต้องแยกทาง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อสองพี่น้องมีเรื่องทะเลาะกัน กิจการจึงต้องแยกย้ายกันออกไป กิจการของพวกเขาถูกแทรกแซงโดยทหาร และถูกให้ผลิตรองเท้าที่ใช้กับทหารเท่านั้น รูดิ พี่ชาน ได้ถูกเรียกกลับไปประจำการที่กองทัพ เมื่อสงครามยุติลงในปี ค.ศ. 1948 ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็ถึงจุดแตกหัก

รูดิ ได้แยกตัวออกไปตั้งโรงงานรองเท้าและสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาให้ชื่อว่า “Ruda” ภายหลังต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Puma ที่เราขึ้นหูคุ้นกันทุกวันนี้ ส่วนแอดดิก็เปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก Dassler ให้กลายมาเป็น “Adidas” ซึ่งมาจากชื่อและนามสกุลของเขานั่นเอง ทั้งสองแบรนด์ Puma และ Adidas แข่งขันกันอย่างดุเดือดเป็นเวลานานถึง 60 ปี จนกระทั้งปี 2009 เรื่องราวบาทหมางในอดีตแสนยาวนาน มีเหตุที่ต้องมาจับมือกันในการแข่งขันกีฬาขององค์กร One Day Peace

จุดเด่นในอดีต ของรองเท้าอดิดาส ในช่วงปี ค.ศ.1949 พื้นรองเท้าจะไม่หนา ไม่แบน แต่มีลักษณะเป็นเดือยแหลมยื่นออกมาคล้ายกับตะปู ทำให้เป็นจุดเด่นอย่างชัดเจน หลังจากนั้นต่อมารองเท้าอดิดาสยังมีบทบาทสำคัญต่วงการแข่งขันกีฬาเป็นอย่างมาก กีฬาโอลิมปิค ในปี ค.ศ.1972 นักกีฬาว่ายน้ำผู้กวาดเหรียญทองที่มีชื่อว่า Mark Spitz ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้คนยิ่งจดจำรองเท้าของอดิดาสได้มากขึ้นและเป็นที่จดจำ

โดยในวันที่ประกาศรับเหรียญ ทางบริษัทอดิดาสได้ขอให้เขาสวมใส่รองเท้าขึ้นรับเหรียญ แต่เขากลับปฏิเสธและทำให้ในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงก็คือเขานำรองอดิดาสขึ้นมาชูไว้ โดยเขาบอกว่าหากเขาใส่รองผู้คนจะมองเห็นรองเท้าไม่ชัดเจน แต่ถ้าเขาถือและชูมันขึ้นมา กล้องถ่ายรูปก็จะสามารถจับภาพรองเท้าอดิดาสได้ชัดเจนอย่างแน่นอน เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยิ่งทำให้อดิดาสเป็นแบรนด์ที่มีผู้คนสนใจมากขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ประวัติโลโก้ Adidas การจดจำที่ง่ายที่สุดคือภาพที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ในปี 1967 ก็มีวิวัฒนาการโลโก้ของอดิดาส เมื่ออดอล์ฟ ดาสเลอร์มีความคิดว่าควรมีการออกแบบโลโก้ใหม่เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ ทำให้แบรนด์นั้นมีความเป็นหนึ่งเดียวและอยู่ในความทรงจำผู้คนไปแสนนาน The Three Stripes โลโก้อย่างเป็นทางการของ Adidas จึงเกิดขึ้นมา ความจริงแล้วเครื่องหมายการค้าหรือโลโก้ ”three stripes” นั้นเป็นของ Karhu Sports แต่อดอล์ฟ ดาสเลอร์ไปซื้อมันมาในราคา 1600 ยูโรและวิสกี้อีก 2 ขวด ทางบริษัทอดิดาสจึงสามารถใช้เป็นโลโก้ของตัวเองอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

The Trefoil เป็นรูปคล้ายกับใบไม้ 3 ใบ เป็นโลโก้ที่สร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1971 และถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1972 ในงาน Munich Olympics และปัจจุบันโลโก้นี้ถูกนำมาใช้กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้า หรือแฟชั่น หรือผลิตภัณฑ์อย่าง Samba Superstar ซึ่งเป็นซีรีส์ที่อยู่มานานแล้ว รวมถึงรองเท้าที่ออกแบบโดย Jeremy Scoth และ Porsche Designและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อ Adidas Original collection.

The Triangle หรือ Adidas performance เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1990 ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟ ปีเตอร์ มัวร์ (Peter Moore) ได้ออกแบบโลโก้ใหม่ที่มีลักษณะเป็นแถบเรียงคล้ายกับสามเหลี่ยม หรือหากมองดีๆ ก็จะดูคล้ายกับภูเขา เพื่อสื่อให้เห็นถึงความท้าทายเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของนักกีฬาทุกคน ที่ต้องตอบสนองและเอาชัยชนะมาให้ได้ อดอล์ฟ ดาสเลอร์ชอบความคิดของเขา จึงอนุมัติให้ใช้โลโก้นี้บนผลิตภัณฑ์ที่เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ของอดิดาส จนกระทั่งในปี 1997 โลโก้ The Triangle ก็กลายเป็น สัญลักษณ์ของบริษัทอาดิดาส ในขณะที่ The Trefoil โลโก้แรกของอดิดาสก็เป็นอีกลูกเล่นที่อดิดาสนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมและคอลเลคชั่นเสื้อผ้า 

สำหรับโลโก้อดิดาสที่เราเห็นกันในปัจจุบันจะมี 4 แบบคือ
1.The Triangle หรือ Adidas performance เป็นไลน์สินค้าที่เน้นเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ
2.Adidas Original สีฟ้า ก็คงเดิมเป็นไลน์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าหรือแฟชั่น
3.แบบกลมๆ เรียกว่า Adidas NEO เป็นแบบที่เพิ่มขึ้นมาภายหลังภายใต้คอนเซปต์ “Live Your Style” เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่น ที่มีการใส่ลูกเล่นสนุกสนาน น่ารัก สดใส ดูทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่น 
4. โลโก้สีเงิน คือ Adidas Silver เป็นสินค้าราคาสูง หรือสินค้ากลุ่ม High End เป็นแบบสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่เป็นเอกลักษณ์ของรองเท้า ถูกสะท้อนเรื่องราวผ่านสงครามโลก มหกรรมกีฬาที่สำคัญสำหรับมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิค การขัดแย้งที่ต้องแยกทางการทำธุรกิจกว่า 60 ปี ทำให้เกิดแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลก Addidas และ Puma แต่ด้วยใจรักและธุรกิจที่ถูกดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลังจากหันมาทำธุรกิจนั้นโดยตลอดมา ถูกนำไปใส่นำไปใช้ในเชิงสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬา ทำให้เราได้มีความรู้สีกที่ดีในการออกกำลังกาย แบรนด์ชั้นนำในอุปกรณ์กีฬาสัญชาติเยอรมันที่แข็งแกร่ง