ช้างศึก ปะทะ ออล สตาร์ 5 เหตุผลห้ามพลาดแมตช์ THE WARRIORS ARE HERE 14 พฤศจิกายน นี้

ช้างศึก ฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของคนไทยมาโดยตลอด แฟนทั้งหลายเตรียมพร้อมกับการแข่งขันรายการ THE WARRIORS ARE HERE ที่จะเปิดเกมส์สะบัดธงท้าแข้งใน วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ระหว่าง ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ กับ ทีมไทยลีก ออล สตาร์  ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สถานที่บันทึกประวัติศาสตร์ลูกหนังของไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ครั้งนี้จะถูกปลุกความยิ่งใหญ่ บทพิสูจน์ความสามารถของนักเตะในชาติที่จะประกาศศักดิ์ดา ให้ชาวไทยได้เห็นและร่วมเชียร์อย่างยิ่งใหญ่ ผ่านการถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 15.30 น. กดรีโมทไว้รอได้เลย ความน่าสนใจของเกมการแข่งขันนี้ 5 เหตุผลที่ชาวไทยต้องดูและจับตามองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับฟุตบอลทีมชาติไทยให้ดี

1. ช้างศึกหน้าใหม่ 5 คน สำหรับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทำไมต้องเรียกตัว 5 นักเตะหน้าให้เข้ามา เนื่องจากมีโปรแกรมกับการแข่งขันแมตช์ดังกล่าว ทำให้ขาดนักเตะจากสโมสรชื่อดังอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทางด้าน อากิระ นิชิโนะ โค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย จึงได้เรียกตัวช้างศึกหน้าใหม่เข้าแคมป์เตรียมความพร้อมลงสนองได้แก่

1.ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม กองหน้าจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
2.สิทธิโชค ภาโส หัวหอกจาก ตราด เอฟซี
3.ธณชัย หนูราช ผู้รักษาประตูฟอร์มแรงจาก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
4.เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม แบ็คซ้ายจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
5.ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ แบ็คซ้ายดาวรุ่ง วัย 18 ปี จาก ชลบุรี เอฟซี

ถือว่าเป็นโอกาสของทั้ง 5 ขุนศึกที่จะพิสูจน์ให้แม่ทัพแห่งดินแดนซามูไร ทีจะแสดงความสามารถให้เข้าตาและมีอนาคตที่จะร่วมเป็นตัวจริงของทีมชาติได้หรือไม่ เราจะได้เห็นทั้งหมดในการแข่งขันมากน้อยเพียงใดต้องติดตาม ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จก้าวหนึ่งของการร่วมทีมชาติชุดใหญ่ของทุกคน

พวกเขาจะได้ร่วมแข่งขันกับทีมชาติที่มีความสามารถระดับชั้นนำหลายคนในการแข่งขัน อาทิเช่น ฉัตรชัย บุตรพรหม, สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, มานูเอล ทอม เบียรห์, ทริสตอง โด, ฟิลิป โรลเลอร์ และ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี เป็นต้น แน่นอนว่าการเข้าแคมป์จะทำให้พวกเขาได้ปรับตัวและแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ขึ้น ให้สมกับการตัดสินใจจากทีมงานที่ได้เรียกตัวเข้ามา

2.รวมดาวเก่งไทยลีกในแบบของ มาโน่ โพลกิ้ง นับว่าเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร เมื่อได้เห็นรายชื่อของนักเตะทั้งหมด 22 ผู้เล่นออกมา โดยมีนักเตะต่างชาติทั้งหมด 17 คน และมีนักเตะไทยเพียง 5 ราย เท่านั้น ซึ่งจากทั้งหมด 17 คน ในส่วนของนักเตะต่างชาตินั้น เป็นผู้เล่นเกมรุกถึง 10 คน ไล่รายชื่อตั้งแต่ จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี) , มุสตาฟา อาซัดซอย (ตราด เอฟซี) , วิลเลียม เอ็นริเก้ (พีที ประจวบ เอฟซี) , ดราแกน บอสโควิช (ชลบุรี เอฟซี) , เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) , อิบสัน เมโล (สุโขทัย เอฟซี) , เกร็ก ฮูลา (โปลิศ เทโร เอฟซี) , บาร์รอส ทาร์เดลลี (สมุทรปราการ ซิตี้) , ริคาร์โด ซานโตส (ตราด เอฟซี) และ อเดลกิโซ พิตบูล (ระยอง เอฟซี)

การคุมการแข่งขันครั้งนี้ของ มาโน่ ถือว่าเป็นการเปิดเกมส์การคุมทีมครั้งแรก หลังจากสวมคอนเวิร์สแยกทางกับสโมสร ทรูแบงค็อกยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งการคุมทีมมีไสต์ที่เป็นเอกลักษณ์ “บ้าระห่ำ บุกแหลก” เหมือนทุกครั้ง

โดยเจ้าตัวได้บอกว่าจะให้โอกาสนักเตะในการลงแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทีมจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 11 คน รวมทั้งหมดเป็น 22 คน แนวรุกชาวต่างชาติจึงถูกส่งลงแข้งในครึ่งเวลาละ 5 คน บทพิสูจน์เกมส์แนวรับของทีมชาติ

3.สไตล์การคุมทีมที่แตกต่างของโค้ชทั้งสอง เอนเตอร์เทนฟุตบอล มาโน่ โพลกิ้ง vs เจ้าแทคติกจากดินแดนอาทิตย์อุทัย อากิระ นิชิโนะ เมื่อ มาโน่ โพลกิ้ง ไม่มีปิดวิธีการเล่น จากการประกาศตัว 22 รายชื่อออกมาแบบนี้ ที่เชื่อขนมกินว่า เขาน่าจะให้ลูกทีม “ไทยลีก ออลสตาร์” ออกอาวุธตั้งแต่เริ่มต้นเกมตามสไตล์ฟุตบอลเอนเตอร์เทนที่จะสร้างความบันเทิงถึงขีดสุดแก่แฟนบอลที่ตีตั๋วเข้ามาชมเกม ทำให้ทาง อากิระ นิชิโนะ ที่จะต้องปราบเกมส์รุกของ มาโน่ ที่บ้าระห่ำดุดันให้ได้ และหาวิธีการเล่นที่เหมาะสมของทีมชาติไทย ในการตอบโต้ทีมไทยลีก ออลสตาร์ ที่ส่งนักเตะต่างชาติในเกมรุกมาเป็นจำนวนมาก

แค่เพียงอ่านแนวทางการคุมทีมและเปิดตัวรายชื่อนักแข่งออกมาแล้ว บอกเลยว่าแมตช์นี้น่าดูมากต้องห้ามพลาดเลยแม้แต่วินาทีเดียว รวมดาวเก่งที่จะดึงความสามารถบุกกระหน่ำเพื่อล่าคะแนนในเวลา 90 นาทีคว้าชัยชนะมาให้ได้ ส่วนอีกทีมนั้นในนามทีมชาติที่ค้ำขออยู่ จะเล่นอย่างรัดกุมอย่างมีแบบแผนในรูปแบบโค้ชดีกรีฟุตบอลโลก น่าดูยิ่งกว่า 10 Fight 10

4.ฟีฟ่าเดย์ครั้งสุดท้ายก่อนแมตช์ใหญ่ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ระบาดเป็นระยะเวลานานจนเกิดผลกระทบมากมายมหาศาลต่อโลกในทุกๆวงการ และวงการลูกหนังก็หนีไม่พ้นเช่นกันโดยแมตช์อย่างเป็นทางการของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ครั้งล่าสุด ต้องย้อนกลับไปประมาณ 1 ปีที่แล้ว ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่บุกไปเสมอกับ ทีมชาติเวียดนาม 0-0 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 โน่นเลย จนกระทั่งตอนนี้นี้ จะครบหนึ่งปีจากการแพร่ระบาดพอดี ยังไม่มีแมตช์ออฟฟิเชี่ยลของทีมชาติอีกเลย

หากไม่มีอะไรผิดพลาด การแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่ยังเตะไม่จบ จะกลับมาเริ่มต้นแข่งขันอีกครั้งในช่วงฟีฟ่าเดย์ ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2021 ตามด้วย ศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2021 ที่ถูกเลื่อนไปจากปีนี้ ก็จะกลับมาเตะกันในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2021 ตามด้วยฟีฟ่าเดย์อีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน ปี 2021 ที่จะเป็น 2 นัดสุดท้ายของศึกเวิลด์คัพ 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง การแข่งขันแบบออฟฟิเชี่ยลจะกลับมาอีกครั้ง การแข่งขันครั้งนี้นับเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของผู้เล่นทีมชาติในศึกทางการได้อย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่

5.สนามแข่งที่ทุกคนเฝ้ารอ ราชมังคลากีฬาสถาน คิดถึงแฟนบอลชาวไทย เสียงเชียร์
บรรยากาศของการแข่งขัน ผู้ชมส่งเสียงกึกก้องเชียร์ช้างศึกอย่างสุดใจ เป็นเวลามากว่า 2 ปีแล้วที่ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ไม่ได้ลงเล่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2018 ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่ ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอ ทีมชาติมาเลเซีย 2-2 โดยในครั้งนั้น ยังเป็น มิโลวาน ราเยวัช เป็นเฮ้ดโค้ช

“อากิระ นิชิโนะ” จะได้คุมทีมชาติในสนามที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งลูกหนังไทย ความคาดหวังและเป้าหมายที่บอลไทยจะไปบอลโลก อารมณ์การเชียร์ต้องอบอวลไปทั่วสนามถ่ายทอดไปถึงโค้ชดินแดนซามูไรอย่างแน่นอน แม้ความจุ 48,000 คน จะไม่สาารถเข้าชมได้เพียง 10,000 คน จากมาตรการทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ยังปลดล็อกให้แฟนบอลเข้าชมได้ถึง 50% ของความจุสนาม เช่นเดียวกับไทยลีก

ฉะนัั้น คาดว่าเกมระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ไทยลีก ออลสตาร์ จะทำให้เลือดนักสู้ของช้างศึกประทุความสามารถออกมาได้อย่างแน่นอน การเริ่มต้นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนชาวไทยต้องกลับมาเชียร์และให้กำลังใจ ร่วมกันใจฝ่าฟันและป้องกันโรคร้ายไปพร้อมกับการแข่งขัน
THE WARRIORS ARE HERE วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เวลา 15.30 น. หรือรับชมถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี 32