ซื้อพาสปอร์ต ย้ายประเทศ หนีปัญหาโควิด-19

เศรษฐียุคใหม่ ใช้เงินซื้อพาสปอร์ต ย้ายประเทศ! หนีปัญหาโควิด-19! การซื้อพาสปอร์ตไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไร เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศมีโครงการมอบสัญชาติหรือวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศ โดยจุดประสงค์ของผู้ที่ลงทุนเพื่อรับสัญชาติใหม่ที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 2-50 ล้านดอลลาร์หรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อเสรีภาพในการย้ายถิ่นฐาน สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือการเข้าถึงการศึกษาที่ดี

passport

ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศได้ บรรดาครอบครัวเศรษฐีนั้นกลับมีการซื้อพาสปอร์ต หรือซื้อสัญชาติเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเหตุผลคือ การรับบริการด้านสุขภาพและการหาประเทศอื่นรองรับเผื่อเหตุการณ์ในอนาคต และเป็นสถานที่หลบภัยให้ครอบครัว หากเกิดโรคระบาดขึ้นอีกครั้ง

นาย โดมินิค โวเล็ค หัวหน้าแผนกเอเชียของบริษัทให้คำปรึกษาด้านการถือสัญชาติและการหาที่พำนัก Henly & Partners กล่าวว่า บรรดาคนเศรษฐีมักไม่ค่อยวางแผนล่วงหน้า 5-10 ปี แต่วางแผนด้านการเงินและความเป็นอยู่ล่วงหน้านานถึงร้อยกว่าปี โดยเฉพาะช่วงการระบาดชองไวรัสโควิด-19 ที่อาจไม่ได้เป็นการระบาดครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในชีวิต

ในช่วงแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีจำนวนลูกค้าที่เดินเรื่องลงทุนเพื่อขอสัญชาติและวีซ่าเพิ่มขึ้นถึงมากถึง 42% โดยมอนเตเนโกรคือประเทศที่มีผู้ลงทุนเพื่อถือสัญชาติมากที่สุด ตามด้วยไซปรัสและมอลตา เนื่องจากผู้ถือสัญชาตินี้จะได้เสรีภาพในการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอื่นในสหภาพยุโรปโดยอัตโนมัติ รวมถึงสามารถเข้าถึงการศึกษาและการบริการด้านสุขภาพที่ดีกว่าอีกด้วย

passport

มากกว่านั้น สัญชาติออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็เป็นอีกสองสัญชาติที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับภาวะวิกฤตโควิด-19 แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง โดยคนที่ต้องการถือสัญชาติออสเตรเลียจะต้องลงทุนด้วยเงินถึง 1-3.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนนิวซีแลนด์ราคาจะสูงขึ้นมาที่ 1.9-6.5 ล้านดอลลาร์ โดยเมื่อช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 มีชาวอเมริกันเดินเรื่องขอสัญชาติเพิ่มขึ้นถึง 700% รวมถึงเศรษฐีจีนและตะวันออกกลางก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ซื้อสัญชาติมากที่สุดด้วยเช่นกัน

โดยการใช้เงินลงทุนแลกกับสัญชาติอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะเป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี แล้วแต่ละของผู้ที่ยื่นเรื่องขอสัญชาตินั้น จะถูกประเมินด้านการงานและประวัติอาญาเพื่อทำการตรวจสอบว่า เงินที่นำมาลงทุนนั้นได้มาอย่างถูกกฎหมายหรือไม่

passport

อย่างไรก็ตาม แม้การขอสัญชาติจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้ที่ต้องการสัญชาติและฝ่ายประเทศที่มอบสัญชาติ แต่ก็ยังมีด้านลบที่เป็นช่องโหว่อีกมาก เช่น การมอบสัญชาติและที่พำนักในมอลตา ไซปรัส โปรตุเกส และสเปน เป็นการขายสัญชาติของประเทศสหภาพยุโรปให้นักลงทุนต่างชาติโดยมีการตรวจสอบและความโปร่งใสเพียงเล็กน้อย

อีกทั้งการขอสัญชาติในบางประเทศก็ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูล หรือขั้นตอนการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะที่ชัดเจน ทำให้มีการตั้งคำถามว่า การคัดกรองและสืบหาต้นตอเงินนั้นสามารถเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน รวมถึงยังมีข้อโต้แย้งที่ว่า นี่อาจเป็นการให้อภิสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากกลุ่มเศรษฐีคือกลุ่มคนที่มีอภิสิทธิ์อยู่แล้ว และไม่ได้มีความจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน แต่ในขณะที่คนที่ควรอพยพมากสุด คือกลุ่มที่มีปัญหาทางการเงิน หรือวิถีชีวิตอื่นๆ กลับไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย